N-HUG · Na Thom Health Unity & Growth

เด็กวัยเรียนสุขภาพดี
อายุ 5–14 ปี

“ฮักสุขภาพ ฮักนาท่อม” — เติบโตสมวัย เรียนรู้อย่างมีความสุข แข็งแรงทั้งกาย ใจ และสังคม

🌷 ดูแลสุขภาพรอบด้าน

เด็กวัยเรียนมีการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกาย ความคิด อารมณ์ และสังคม การดูแลจากครอบครัว โรงเรียน และชุมชนช่วยให้เด็กเติบโตเต็มศักยภาพ

🥗 กินดี🏃 ขยับกาย😴 นอนพอ🪥 ฟันดี💗 ใจแข็งแรง
60 นาที/วัน
กิจกรรมทางกาย

เด็กและวัยรุ่นอายุ 5–17 ปีควรมีกิจกรรมระดับปานกลางถึงหนักเฉลี่ยอย่างน้อยวันละ 60 นาที และมีกิจกรรมเสริมกล้ามเนื้อกับกระดูกอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์

อ้างอิงองค์การอนามัยโลก (WHO)

🥗 1. โภชนาการและการเจริญเติบโต

กินครบ หลากหลาย

  • กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ มีผักและผลไม้ทุกวัน
  • เลือกโปรตีน เช่น ไข่ ปลา เนื้อไม่ติดมัน และถั่ว
  • ดื่มน้ำเปล่าเป็นหลัก ลดน้ำหวาน ขนมหวาน อาหารเค็มและมันจัด
  • กินอาหารเช้าและจัดมื้ออาหารให้เป็นเวลา

ติดตามการเติบโต

  • ชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงเป็นระยะ แล้วเทียบกราฟการเจริญเติบโตให้ตรงอายุและเพศ
  • ไม่ตัดสินจากตัวเลขครั้งเดียว และไม่ล้อเลียนรูปร่าง
  • หากน้ำหนัก/ส่วนสูงไม่เป็นไปตามแนวโน้ม หรือผอม/อ้วนผิดสังเกต ปรึกษาบุคลากรสาธารณสุข
จำง่าย: จานอาหารหลากสี + น้ำเปล่า + กินเป็นเวลา ปริมาณอาหารควรเหมาะกับวัยและกิจกรรมของเด็ก

🏃 2. กิจกรรมทางกาย หน้าจอ และการนอน

  • ชวนเดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เต้น หรือเล่นกีฬาให้ได้เฉลี่ยอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน
  • อย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ควรมีกิจกรรมที่ใช้แรงมากและเสริมกล้ามเนื้อ/กระดูกตามความเหมาะสม
  • ลุกเปลี่ยนอิริยาบถระหว่างเรียนหรือใช้หน้าจอ และกำหนดเวลาใช้หน้าจอร่วมกันในครอบครัว

เวลานอนที่แนะนำ

อายุเวลานอนต่อวัน
5 ปี10–13 ชั่วโมง (รวมงีบถ้ายังงีบ)
6–12 ปี9–12 ชั่วโมง
13–14 ปี8–10 ชั่วโมง

เข้านอนและตื่นให้เป็นเวลา ลดหน้าจอก่อนนอนประมาณ 1 ชั่วโมง หากนอนกรนมากหรือมีอาการง่วงกระทบการเรียน ควรปรึกษาแพทย์

🪥 3. สุขภาพช่องปากและอนามัย

ฟันสะอาด

  • แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์
  • ผู้ใหญ่ช่วยกำกับให้แปรงทั่วถึงตามความสามารถของเด็ก
  • ลดลูกอม ขนมหวาน และการจิบน้ำหวานบ่อย ๆ
  • พบทันตบุคลากรตามนัดหรือเมื่อปวดฟัน/เหงือกบวม

สุขอนามัย

  • ล้างมือด้วยสบู่ก่อนกินอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และเมื่อมือสกปรก
  • อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ดูแลเล็บและเส้นผม
  • ใช้ของส่วนตัว ไม่ใช้แก้วน้ำหรือผ้าเช็ดหน้าร่วมกัน
  • กินอาหารปรุงสุกใหม่และดื่มน้ำสะอาด

🧠 4. สติปัญญา อารมณ์ และสังคม

ส่งเสริมการเรียนรู้

  • อ่านหนังสือ เล่นเกมฝึกคิด ทำงานศิลปะ ดนตรี และกิจกรรมที่สนใจ
  • ให้โอกาสลองผิดลองถูกและแก้ปัญหาตามวัย
  • แบ่งเวลาเรียน เล่น พักผ่อน และอยู่กับครอบครัว
  • ชื่นชมความพยายาม ไม่เปรียบเทียบกับผู้อื่น

ดูแลใจ

  • รับฟังโดยไม่ตัดสิน ชวนเด็กพูดถึงความรู้สึก
  • ฝึกหายใจช้า ๆ ขอความช่วยเหลือ และแก้ปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรง
  • สอนการเคารพความแตกต่างและไม่กลั่นแกล้งกัน
  • สังเกตอาการเศร้า กังวล แยกตัว หรือนอนไม่หลับต่อเนื่อง
หากเด็กทุกข์ใจต่อเนื่อง ถูกกลั่นแกล้ง หรือพฤติกรรมเปลี่ยนชัดเจน ให้ปรึกษาผู้ปกครอง ครูที่ไว้ใจ บุคลากรสุขภาพ หรือผู้เชี่ยวชาญ หากเสี่ยงทำร้ายตนเอง/ผู้อื่นให้ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที

🛡️ 5. ความปลอดภัยและการป้องกันโรค

  • สวมหมวกนิรภัยเมื่อใช้จักรยานหรือรถจักรยานยนต์ และคาดเข็มขัดนิรภัยเมื่อเดินทางด้วยรถยนต์
  • สอนความปลอดภัยทางถนน ใกล้น้ำ และการขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ที่ไว้ใจ
  • เก็บยา สารเคมี ของมีคมให้พ้นมือเด็ก และสอนความปลอดภัยออนไลน์ ไม่เผยข้อมูลส่วนตัว
  • ติดตามวัคซีนตามกำหนด ตรวจสายตา การได้ยิน ฟัน และภาวะโภชนาการตามระบบบริการ
  • ไม่ซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาอื่นให้เด็กใช้เองโดยไม่มีคำแนะนำจากบุคลากรสุขภาพ

✅ เช็กลิสต์สุขภาพวันนี้






📚 แหล่งข้อมูลทางการที่เชื่อถือได้

หมายเหตุ: สื่อนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะราย